สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2554

บที่ 8

บทที่ 8
จริยธรรมและความปลอดภัย
จริยธรรม (Ethics) คือ หลักของความถูกและผิดที่บุคคลใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ
กรอบความคิดเรื่องจริยธรรม
R.O. Mason และคณะ (2001) ได้จำแนกประเด็นเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศเป็น 4 ประเภท คือ
                1.) ประเด็นความเป็นส่วนตัว (Privacy)
                2.) ประเด็นความถูกต้องแม่นยำ (Accuracy)
                3.) ประเด็นของความเป็นเจ้าของ (Property)
                4.) ประเด็นของความเข้าถึงได้ของข้อมูล (Accessibility)
การคุ้มครองความเป็นส่วนตัว
                  ข้อมูลส่วนตัว ควรจะได้รับการตรวจสอบก่อนจะนำเข้าสู่ฐานข้อมูล
                  ควรมีมาตรการป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลบุคคล ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเทคนิค และการบริหาร
การคุ้มครองทางทรัพย์สินทางปัญญา
                      ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้ ที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยปัจเจกชน หรือนิติบุคคล ซึ่งอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกฎหมายลิขสิทธิ์ กฎหมายความลับทางการค้า และกฎหมายสิทธิบัตร
      สิทธิ์บัตร (Patent) หมายถึง หนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ ลิขสิทธิ์ (Copyright) หมายถึง สิทธิ์แต่ผู้เดียวที่จะกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น
อาชญากรรมคอมพิวเตอร์
1. เครื่องคอมพิวเตอร์ในฐานะเป็นเครื่องประกอบอาชญากรรม
คือ ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และทำลายระบบคอมพิวเตอร์อื่น
2. เครื่องคอมพิวเตอร์ในฐานะเป้าหมายของอาชญากรรม
                2.1 การเข้าถึงและการใช้คอมพิวเตอร์ที่ไม่ถูกกฎหมาย   ซึ่งมีทั้ง Hacker และ Criminal Hacker (Cracker)
การรักษาความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์
ระบบการควบคุมที่สำคัญ 3 ประการ คือ
                    การควบคุมระบบสารสนเทศ
                    การควบคุมกระบวนการทำงาน
                    การควบคุมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

บทที่ 7

บทที่ 7
ระบบสารสนเทศและวงจรการพัฒนาระบบ(Information System and System Development Life Cycle : SDLC)
ระบบสารสนเทศและวงจรการพัฒนาระบบ
                    สารสนเทศจากคอมพิวเตอร์ (Computer-Generated Information)
                     การวิเคราะห์และออกแบบระบบ
                     วงจรการพัฒนาระบบ (SDLC)
                    เครื่องมือในการวิเคราะห์ระบบ
Key Terms
                    Computer-Generated Information
                    TPS, OAS, KWS, MIS, DSS, ESS, ES, AI
                    Systems Development Life Cycle
                    Feasibility Study
                    Systems Analysis and Design
                    System Analyst
                    Maintenance
                    Reengineering
Computer-Generated Information
                    Transaction Processing Systems (TPS)
                    Office Automation Systems (OAS)
                    Knowledge Work Systems (KWS)
                    Management Information Systems (MIS)
                    Decision Support Systems (DSS)
                    Expert System & Artificial Intelligence (AI)

วงจรการพัฒนาระบบ (SDLC)
วงจรการพัฒนาระบบ (SDLC) มี 7 ขั้นตอน
                  1. เข้าใจปัญหา (Problem Recognition)
                  2. ศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study)
                  3. วิเคราะห์ (Analysis)
                  4. ออกแบบ (Design)
                  5. สร้าง หรือพัฒนา (Construction)
                  6. การติดตั้งหรือการปรับเปลี่ยน (Installation, Conversion)
                  7. บำรุงรักษา (Maintenance)

บทที่6

บทที่ 6
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์     E-Commerce
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การทำธุรกรรมทุกรูปแบบโดยการครอบคลุมถึงการซื้อ-ขายสินค้า/บริการ การชำระเงิน การโฆษณาโดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะเครือข่ายทางอินเตอร์เน็ต
กรอบแนวคิดของ E-Commerce
การประยุกต์ใช้ E-Commerce มีการประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวางอย่างเช่น
*    การขายตรง
*    การซื้อขายหุ้น
*    การหางาน
*    ธนาคารออนไลน์
*    การจัดหาและการซื้อสินค้า
ประเภทของ E-Commerce
E-Commerce มี 4 ประเภทหลัก ๆ คือ
*     ธุรกิจกับธุรกิจ (Business to Business หรือ B to B หรือ B2B)
*     ธุรกิจและลูกค้า (Business to Consumers หรือ B to C หรือ B2C)
*     ธุรกิจกับรัฐบาล (Business to Government หรือ B to G หรือ B2G)
*    ลูกค้ากับลูกค้า (Consumers to Consumers หรือ C to C หรือ C2C)
ขั้นตอนการซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ต
การซื้อ ขายในระบบ E-Commerce มีขั้นตอน ดังต่อไปนี้
*    การค้นหาข้อมูล
*    การเลือกและการต่อรอง
*    การซื้อสินค้า/บริการทางอินเตอร์เน็ต
*    การจัดส่งสินค้า/บริการ
*    การพัฒนาหลังการขาย
ระบบการจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์
1)              เช็คอิเล็กทรอนิกส์ (E-Check)
2)              เครดิตการ์ดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic credit cards)
3)              เงินสดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Cash หรื Digital Cash หรือ E-Money)
4)              การโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Fund Transfer – EFT)
การประยุกต์ใช้ E-Commerce
รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government)
1)  รัฐบาลกับประชาชน  (G2C)
                คือการใช้บริการของรัฐไปยังประชาชน เช่น การเสียภาษี online เป็นต้น
2)  รัฐบาลกับธุรกิจ(G2B)
                เป็นการติดต่อระหว่างภาครัฐกับเอกชน หรือ suppliers เพื่อดำเนินธุรกิจ เช่น การประมูลผ่านอิเล็กทรอนิกส์ (E-Auction) การจัดซื้อจัดจ้างผ่านอิเล็กทรอนิกส์ (E-Procurement)
3) รัฐบาลกับรัฐบาล (G2G)
                เป็นการติดต่อระหว่างภาครัฐกับรัฐ ในกระทรวงหรือระหว่างกระทรวงก็ได้  
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แบบเคลื่อนที่ (M-Commerce)
คือ การทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์โดยผ่านอุปกรณ์แบบไร้สาย เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่, PDA ซึ่งลักษณะสำคัญของ M-Commerce มีดังนี้
                1) เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว (Mobility)
                2) เข้าถึงง่าย (Reachability)
                3) มีแพร่หลาย (Ubiquity)
                4) สะดวกในการใช้งาน (Convenience)
ประโยชน์ของ E-Commerce
ประโยชน์ต่อบุคคล
1)              มีสินค้าและบริการราคาถูกจำหน่าย
2)              ทำให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น
3)              สามารถทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประโยชน์ต่อองค์การธุรกิจ
1)              ขยายตลาดในระดับประเทศและระดับโลก
2)              ทำให้บริการลูกค้าได้จำนวนมากทั่วโลกด้วยต้นทุนที่ต่ำ
3)              ลดปริมาณเอกสารเกี่ยวกับการสร้าง การประมวล การกระจายการเก็บและการดึงข้อมูลได้ถึงร้อยละ 90
ประโยชน์ต่อสังคม
1)              ทำให้คนสามารถทำงานที่บ้านได้ ทำให้มีการเดินทางน้อยลง ทำให้การจราจรไม่ติดขัด ลดปัญหามลพิษทางอากาศ
2)              ทำให้มีการซื้อขายสินค้าราคาถูกลง  คนที่มีฐานะไม่รวยก็สามารถยกระดับมาตรฐานการขายสินค้าและบริการได้
ประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ
1)              กิจการ SMEs ในประเทศกำลังพัฒนาอาจได้ประโยชน์จากการเข้าถึงตลาดที่กว้างขวางในระดับโลก
2)              ทำให้กิจการในประเทศกำลังพัฒนาสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้
3)              บทบาทของพ่อค้าคนกลางลดลง ทำให้ต้นทุนการซื้อขายลดลง ทำให้อุปสรรคการเข้าสู่ตลาดลดลงด้วย
ข้อจำกัดเกี่ยวกับ E-Commerce
ข้อจำกัดด้านเทคนิค
1)              ขาดมาตรฐานสากลที่เป็นที่ยอมรับในด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ
2)              ความกว้างของช่องทางการสื่อสารมีจำกัด
3)              ซอร์ฟแวร์ยังกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา
ข้อจำกัดด้านกฎหมาย
1)              กฎหมายที่สามารถคุ้มครองการทำธุรกรรมข้ามรัฐหรือข้ามประเทศ ไม่มีมาตรฐานที่เหมือนกัน และมีลักษณะที่แตกต่างกัน
2)              การใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์จะมีผลทางกฎหมายหรือไม่
3)              ปัญหาเกิดจากการทำธุรกรรม เช่น การส่งสินค้ามีลักษณะแตกต่างจากที่โฆษณาบนอินเทอร์เน็ต จะมีการเรียกร้องค่าเสียหายได้หรือไม่
ข้อจำกัดด้านธุรกิจ
1)              วงจรผลิตภัณฑ์ (Product Life Cycle) จะสั้นลง เพราะการเข้าถึงข้อมูลทำได้ง่ายและรวดเร็ว การลอกเลียนผลิตภัณฑ์จึงทำได้รวดเร็ว เกิดคู่แข่งเข้ามาในตลาดได้ง่าย จะต้องมีการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เสมอ
2)              ความพร้อมของภูมิภาคต่าง ๆในการปรับโครงสร้างเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของ E-Commerce มีไม่เท่ากัน
3)              ภาษีและค่าธรรมเนียม จาก E-Commerce จัดเก็บได้ยาก ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง
ข้อจำกัดด้านอื่น ๆ
1)              การให้ข้อมูลที่เป็นเท็จบนอินเตอร์เน็ต มีมาก และมีการขยายตัวเร็วมากกว่าการพัฒนาของอินเตอร์เน็ตเสียอีก
2)              สิทธิส่วนบุคคล (Privacy) ระบบการจ่ายเงิน หรือการให้ข้อมูลของลูกค้าทางอินเตอร์เน็ตทำให้ผู้ขายทราบว่าผู้ซื้อเป็นใคร และสามารถใช้ซอร์ฟแวร์ติดตามกิจกรรมต่าง ๆ หรือส่ง Spam ไปรบกวนได้
3)              E-Commerce เหมาะกับระบบเศรษฐกิจที่สามารถเชื่อถือและไว้ใจได้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สรุป
*    E-Commerce หมายถึง การทำธุรกรรมทุกรูปแบบโดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
*    แนวคิดของ E-Commerce ประกอบด้วยปัจจัย 3 ส่วน คือ 1) แอพพลิเคชั่นการใช้งาน 2) ปัจจัยทางการบริหารที่เกี่ยวข้อง และ 3) โครงสร้างพื้นฐานของระบบ
*    E-Commerce มี 3 ประเภทคือ 1) ธุรกิจกับธุรกิจ (B2B)  2) ธุรกิจกับลูกค้า (B2C) และ 3) ธุรกิจกับรัฐบาล (B2G)
*    E-Commerce แบบ B2C มีหลายประเภทเช่น ร้านค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์, การโฆษณาอิเล็กทรอนิกส์, ตลาดแรงงาน, การท่องเที่ยว, การประมูล
*    E-Commerce แบบ B2G เป็นรูปแบบของรัฐบาลที่มีการติดต่อกับธุรกิจ และ G2G เป็นการติดต่อระหว่างหน่วยงานของรัฐบาล หรืออาจเรียกว่า E-Government
*    ขั้นตอนการซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ตมี 5 ขั้นตอน คือ 1) การค้นหาข้อมูล  2) การเลือกและต่อรอง   3)การซื้อสินค้า/บริการทางอินเตอร์เน็ต   4)การจัดส่งสินค้า/บริการ  และ   5) การบริการหลังการขาย
*    ระบบการจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์ มีหลายรูปแบบ เช่น เช็คอิเล็กทรอนิกส์, เครดิตคาร์ดอิเล็กทรอนิกส์, เงินสดอิเล็กทรอนิกส์, และการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
*    การรักษาความปลอดภัยในระบบ E-Commerce เป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่ง ซึ่งการรักษาความปลอดภัยที่นิยมใช้คือ การแปลงรหัส (Encryption) และใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Certificate) และโปรโตคอล
*    ประโยชน์ของ E-Commerce มีทั้งต่อบุคคล, องค์การ, สังคม, ระบบเศรษฐกิจ และข้อจำกัดมีทั้งทางด้านเทคนิค, กฎหมาย, ด้านการบริหาร และอื่น ๆ